มีเรื่องนึงที่ฟังดูแล้วขัดกับความรู้สึกของคนส่วนใหญ่ในวงการพนันบอล คือถ้าคนส่วนใหญ่แทงข้างไหน ให้แทงตรงข้ามซะ ตอนแรกที่ผมได้ยินก็แอบขำ เพราะมันสวนทางกับที่ทุกคนสอนกันมา แต่พอศึกษาลึกลงไป กลับพบว่ามันมีคณิตศาสตร์และหลักการรองรับ จากการที่นักเดิมพันมืออาชีพในต่างประเทศใช้ทำกำไรกันมาเป็นสิบปี เรียกว่า Public Fade Strategy หรือกลยุทธ์แทงสวนตลาด
จุดเริ่มต้นของกลยุทธ์นี้มาจากสถิติที่ใครไม่ค่อยพูดถึง คือ 90% ของนักเดิมพันทั่วโลกเสียเงินในระยะยาว หมายความว่าถ้าคุณทำตามคนส่วนใหญ่ ผลลัพธ์ก็จะเหมือนคนส่วนใหญ่ คือเสีย ดังนั้นถ้าอยากอยู่ใน 10% ที่ทำเงินได้ คุณต้องทำสิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่ทำ นี่คือหลักการพื้นฐานของการแทงสวนตลาด
Public Money vs Sharp Money ต่างกันยังไง
ก่อนจะไปถึงเรื่องการแทงสวนตลาด เราต้องเข้าใจก่อนว่าเงินในตลาดพนันบอลมี 2 ประเภท เงินก้อนแรกคือเงินของนักเดิมพันทั่วไป (ที่วงการเรียกว่า Public Money) มาจากมือใหม่ คนที่แทงตามอารมณ์ แทงตามชื่อทีมดัง แทงตามข่าวลือ ส่วนอีกก้อนคือเงินของนักเดิมพันมืออาชีพ (ที่วงการเรียกว่า Sharp Money) กลุ่มนี้จะแทงด้วยหลักการ ไม่แทงตามความรู้สึก และมักแทงก้อนใหญ่กว่า
เว็บเดิมพันรู้เรื่องนี้ดี เพราะส่วนใหญ่เว็บแทงบอลจะแยกเงินของนักเดิมพันทั่วไปกับเงินของนักเดิมพันมืออาชีพออกจากกัน เพราะกลุ่มมืออาชีพคือคนที่ทำให้เว็บเสียเงินในระยะยาว เว็บพนันจะเก็บสถิติของนักเดิมพันแต่ละคนไว้ ใครแทงถูกบ่อยจะถูกลดวงเงินแทงหรือปิดบัญชี ในขณะที่คนทั่วไปแทงเยอะแค่ไหนก็ปล่อยให้แทง เพราะเว็บได้กำไรอยู่แล้ว
จุดสำคัญคือเงินของคนทั่วไปมักไปในทิศทางเดียวกัน เช่น 80% ของเงินไปที่ Manchester United ในนัดต่อ Aston Villa เพราะทีมดัง แฟนเยอะ คนเชื่อในชื่อ แต่เงินของเซียนอาจสวนไปที่ Villa เพราะเห็นราคาที่ดึงดูดกว่าเมื่อคำนวณกับความน่าจะเป็น
ทำไมการแทงสวนคนส่วนใหญ่ถึงทำกำไรในระยะยาว
เหตุผลหลักคือกลไกของเว็บแทงบอลครับ เจ้ามือไม่ได้อยากให้ทำนายผลบอลถูก เว็บพนันอยากให้เงินแทงทั้ง 2 ฝั่งเท่าๆ กัน เพื่อที่จะได้กำไรจากค่าน้ำโดยไม่มีความเสี่ยง เมื่อคนทั่วไปแห่มาแทงข้างหนึ่งมากเกินไป เว็บก็ต้องปรับราคาเพื่อดึงคนมาแทงอีกข้าง
การปรับราคาแบบนี้ ทำให้ฝั่งที่คนทั่วไปแทงกันเยอะได้ราคาต่อรองแย่ลง (ได้กำไรน้อยกว่าที่ควรจะเป็น) ส่วนฝั่งตรงข้ามที่คนไม่ค่อยแทงได้ราคาต่อรองดีขึ้น (ได้กำไรมากกว่าที่ควรจะเป็น) ในทางสถิติ ฝั่งที่ราคาต่อรองดีขึ้นนี้แหละ คือฝั่งที่ให้กำไรเฉลี่ยเป็นบวกในระยะยาว
มาดูตัวอย่างเชิงตัวเลขกันครับ ถ้าความน่าจะเป็นของทีม A ชนะคือ 50% ราคาต่อรองที่แฟร์ควรอยู่ที่ 2.00 แต่ถ้าคนทั่วไปเท 75% ไปที่ทีม A เว็บเดิมพันอาจปรับราคาทีม A ลงเหลือ 1.85 (ราคาต่อรองแย่กว่าที่ควร) และทีม B ขึ้นเป็น 2.15 (ราคาต่อรองดีกว่าที่ควร) การแทงทีม B ที่ราคา 2.15 ในเงื่อนไขนี้ จะได้กำไรเฉลี่ยระยะยาวประมาณ 7.5%
5 สัญญาณว่าถึงเวลา Public Fade
ไม่ใช่ว่าทุกครั้งที่คนทั่วไปเทข้างเดียว แล้วจะสวนตลาดได้เลย จำเป็นต้องสังเกตุสัญญาณ 5ข้อนี้ ให้ครบก่อน:
- เปอร์เซ็นต์คนทั่วไปแทงข้างเดียวเกิน 70% (มีเว็บที่ติดตามสถิตินี้ให้ดูได้ เช่น Action Network)
- แต่ราคาไม่ขยับลงตามที่คาด ถ้าคนทั่วไปเท 75% แต่ราคายังคงที่ แสดงว่าเซียนกำลังเข้าฝั่งตรงข้าม
- การเคลื่อนไหวของราคาไปในทิศตรงข้ามกับเงินของคนทั่วไป เป็นสัญญาณของเซียนชัดเจน
- ทีมดัง เจ้าตลาดเป็นฝ่ายเต็ง คนแทงตามชื่อ ไม่ได้ตามฟอร์มจริง
- นัดสำคัญที่คนเข้ามาแทงเยอะ เช่น ดาร์บี้แมตช์ รอบชิง เพราะเงินของคนทั่วไปจะสูงกว่าปกติ 3-4 เท่า
ถ้าเข้าเงื่อนไขครบ 3 ใน 5 ข้อ ลองแทงสวนได้ แต่ถ้าเข้าแค่ 1-2 ข้อ อย่าเสี่ยงครับ คนทั่วไปไม่ได้ผิดเสมอไป บางครั้งก็ถูก โดยเฉพาะเมื่อทีมดังฟอร์มดีจริง
เมื่อไหร่ไม่ควร Fade Public
นี่คือส่วนสำคัญที่คนไม่ค่อยพูดถึง ไม่ใช่ทุกครั้งที่คนทั่วไปเทข้างเดียวแล้วจะผิด บางครั้งคนส่วนใหญ่ก็ถูกเพราะมีข้อมูลชัดเจน ตัวอย่างที่ไม่ควรแทงสวน:
- ทีมเต็งมีข่าวดี เช่น นักเตะดาวเด่นกลับมาลงเล่นหลังบาดเจ็บ กรณีแบบนี้คนทั่วไปถูกแล้ว
- ทีมรองมีปัญหาใหญ่ เช่น โค้ชโดนไล่ออก นักเตะประท้วง คนทั่วไปที่หนีจากทีมรองก็ถูก
- นัดที่ราคาปิดขยับตามคนทั่วไป ถ้าราคาเคลื่อนตามคนส่วนใหญ่ แสดงว่าเซียนก็เห็นด้วย
- นัดของทีมที่คนทั่วไปไม่ค่อยแทงบ่อย เช่น ลีกรอง เพราะสัดส่วนเงินของคนทั่วไปต่ำ ผลไม่มีนัยสำคัญ
อย่าเข้าใจผิดว่าการสวนตลาดแปลว่าต้องสวนทุกครั้งครับ มันคือการเลือกจังหวะ ไม่ใช่รูปแบบตายตัว
วิธีเช็ค Public Betting Percentage ที่ใช้ได้จริง
ในไทยเรายังไม่มีเว็บที่แสดงเปอร์เซ็นต์เงินของคนทั่วไปที่แทงให้ดูฟรี ต้องพึ่งเว็บต่างประเทศ เช่น Action Network, Covers.com, VegasInsider เว็บพวกนี้จะแสดงว่าคนแทงข้างไหนกี่เปอร์เซ็นต์ และแยกให้ดู 2 อย่าง คือ เปอร์เซ็นต์เงินที่แทง กับ เปอร์เซ็นต์จำนวนบิล ที่ผมเน้นดูคือเปอร์เซ็นต์เงินที่แทง เพราะสะท้อนเงินของเซียนได้ดีกว่า
ถ้าเปอร์เซ็นต์จำนวนบิลที่ทีม A เท่ากับ 80% แต่เปอร์เซ็นต์เงินแค่ 60% แสดงว่ามีบิลเล็กๆ ของคนทั่วไปเยอะ แต่เงินของเซียนไม่ได้เทมากขนาดนั้น ในทางกลับกัน ถ้าจำนวนบิล 50% แต่เงิน 75% แสดงว่ามีเซียนเข้าก้อนใหญ่ กรณีนี้ให้แทงตามเซียน ไม่ใช่สวน
ตัวอย่างจริง แมตช์ที่ผมใช้ Public Fade แล้วบวก
ฤดูกาล 2024 มีนัด Liverpool vs Nottingham Forest ที่ Liverpool เป็นเต็ง 1.30 คนทั่วไปเทไปที่ Liverpool 82% ตามชื่อและอันดับตาราง แต่ตอนเช็คการเคลื่อนไหวของราคา ราคาไม่ขยับลงเลยตลอดวัน ทั้งที่ควรจะลงตามเงินของคนทั่วไปที่หลั่งไหลเข้ามา
นั่นคือสัญญาณว่าเงินของเซียนเข้า Forest เยอะ ผมเลยตัดสินใจสวนคนทั่วไป แทง Handicap Forest +1.5 (แต้มต่อ Forest ต่อ 1 ลูกครึ่ง) ที่ราคาค่าน้ำ 1.75 ผลปรากฏว่า Forest แพ้ 1-0 แต่ผมยังได้เงิน เพราะว่า Forest แพ้ไม่ถึง 2 ลูก การสวนคนทั่วไปในกรณีนี้ทำให้ผมได้ราคาที่ดึงดูดกว่า และการอ่านสัญญาณราคาไหลก็ถูกด้วย
จากผลย้อนหลัง 6 เดือนของผม เฉพาะนัดที่เข้าเงื่อนไขการแทงสวนตลาดครบ 3 ใน 5 ข้อ ผมแทงไป 34 บิล ถูก 62% คิดเป็นกำไรจริงประมาณ 18% ในช่วงเวลานั้น ไม่ได้บอกว่าจะได้ทุกครั้งนะครับ แต่ในระยะยาว มันคือข้อได้เปรียบจริงๆ
การแทงสวนตลาดไม่ใช่วิธีที่ทำแล้วจะถูกทุกบิล แต่มันคือข้อได้เปรียบเล็กๆ ที่สะสมในระยะยาว ถ้าคุณเข้าใจว่าเมื่อไหร่ควรใช้ เมื่อไหร่ไม่ควร มันจะเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยให้คุณอยู่ใน 10% ของนักเดิมพันที่ทำเงินได้ ไม่ใช่ 90% ที่เสียเงิน
บทความนี้เขียนโดยธนวัฒน์ เจริญกิจ บรรณาธิการอาวุโสของ UFAVIP777 ทำงานในวงการ iGaming ตั้งแต่ปี 2019 เคยทดสอบเว็บพนันมากกว่า 40 เว็บ เขียนบทความรีวิวมาแล้วกว่า 300 บทความ ข้อมูลในบทความนี้อ้างอิงจากประสบการณ์ตรงและข้อมูลจริงที่วัดได้ ณ วันที่อัปเดต







