ตั้งแต่ผมดูบอลพรีเมียร์ลีกมา 15 ปี ช่วง 3 ปีหลังผมลองไล่ดูจนได้เจอสถิติตัวนึง ที่พลิกวิธีวิเคราะห์บอลของผมไปเลย มันคือสิ่งที่นักเดิมพันมืออาชีพในต่างประเทศใช้กันมาหลายปี แต่ในไทยแทบไม่มีเว็บไหนพูดถึง เรียกว่า Expected Threat หรือ xT ถ้าคุณเคยได้ยิน xG (Expected Goals) มาแล้ว xT คือน้องใหม่ที่ล้ำหน้ากว่า แต่ให้ข้อมูลลึกกว่าเยอะ
ผมเจอสถิตินี้ครั้งแรกตอนอ่านบทวิเคราะห์ของ StatsBomb ที่เป็นบริษัทข้อมูลบอลเจ้าใหญ่ในลอนดอน ที่นี่ใช้ xT ในการประเมินผู้เล่นและทีมมาหลายปีแล้ว แต่ในไทยยังไม่ค่อยมีใครเอามาใช้ อาจเพราะมันซับซ้อนกว่า xG นิดนึง ต้องใช้เวลาในการเข้าใจ แต่ผมบอกได้เลยว่าถ้าอ่านบทความนี้จบ คุณจะได้เครื่องมือใหม่ในการวิเคราะห์บอลก่อนแทงที่นักเดิมพันไทย 99% ยังไม่มี
xG กับ xT ต่างกันยังไง เข้าใจใน 2 นาที
เริ่มจาก xG ก่อน xG หรือ Expected Goals คือความน่าจะเป็นของการยิง (shot) แต่ละครั้งว่าจะเป็นประตู วัดจากตำแหน่งที่ยิง มุมยิง ประเภทการยิง (เท้า หัว หรือลูกตั้งเตะ) และปัจจัยอื่นๆ ค่า xG จะอยู่ระหว่าง 0-1 เช่น shot ที่มีค่า xG 0.3 หมายความว่าจากการยิงประตู 100 ครั้ง จะเป็นประตูจริงๆประมาณ 30 ครั้ง
ปัญหาของ xG คือมันวัดเฉพาะช่วงที่ยิงเท่านั้น ถ้าทีมนั้นครองบอลอยู่ในแดนคู่แข่ง 20 นาทีแต่ไม่ยิงเลย xG ก็เป็น 0 ทั้งที่จริงๆ ทีมนั้นมีโอกาสมากกว่าและสร้างความกดคู่แข่งไว้ทั้งเกม ตรงนี้แหละคือจุดที่ xT เข้ามาแก้ปัญหา
xT จะวัดอันตรายของบอลทุกครั้งที่มีการเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นการส่งบอล เลี้ยงบอล หรือครองบอลในแต่ละจุดของสนาม โดยจะมีการแบ่งสนามฟุตบอลเป็นกริดเล็กๆ ประมาณ 192 ช่อง (12×16) แต่ละช่องจะมีค่า xT ที่บอกว่าถ้าคุณมีบอลอยู่ตรงนี้ ความน่าจะเป็นที่คุณจะทำประตูภายในการส่งบอลต่อ 5 ครั้งจะเป็นเท่าไหร่
xT ทำงานยังไง คำนวณจากอะไร
ค่า xT ในแต่ละช่องของสนามคำนวณจากข้อมูลย้อนหลังหลายฤดูกาล ทีมงานที่พัฒนา (นักวิเคราะห์ชื่อ Karun Singh) เก็บข้อมูลการเคลื่อนไหวของบอลนับล้านครั้งจากลีกใหญ่ทั่วโลก แล้วคำนวณว่าจากช่องนี้ ในอดีตที่ผ่านมามีการยิงเกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน และประตูเกิดจากช่องนี้เท่าไหร่
ตัวอย่างเช่น ช่องกลางสนามฝั่งของเรา ค่า xT ต่ำมาก ประมาณ 0.001 หมายความว่าถ้าคุณมีบอลตรงนี้ โอกาสจะได้ประตูภายในการส่งบอลต่อ 5 ครั้ง มีแค่ 0.1% เท่านั้น แต่ช่องหน้ากรอบเขตโทษของคู่แข่ง ค่า xT อาจจะสูงถึง 0.15 หรือ 15% แตกต่างกันประมาณ 150 เท่า
เวลานักเตะส่งบอลจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง ค่า xT ของการส่งครั้งนั้นคือส่วนต่างระหว่างช่องปลายทางกับช่องต้นทาง ถ้าคุณส่งบอลจากช่อง xT 0.02 ไปช่อง xT 0.08 ค่า xT ของการส่งครั้งนั้นคือ 0.06 การส่งบอลจากแดนหลังไปหน้าประตูจะได้ค่า xT สูง ส่วนการเคาะบอลไปมาในแดนตัวเองจะได้ค่า xT ต่ำ
อ่านค่า xT ยังไงในการวิเคราะห์บอล
เวลาผมดูสถิติ xT ของสองทีมก่อนแมตช์ ผมจะดู 3 อย่าง:
- xT รวมของทีม (Total xT) บอกว่าทีมสร้างอันตรายได้เยอะแค่ไหนตลอดเกม
- xT เฉลี่ยต่อ 90 นาที ตัวเลขนี้ปรับให้เท่ากันเพื่อเทียบทีมที่ลงเล่นไม่เท่ากันได้อย่างยุติธรรม
- xT ต่อการครองบอล 1 ครั้ง บอกว่าเวลาได้บอลมาแต่ละครั้ง สร้างอันตรายได้ดีแค่ไหน
ทีมที่มี xT ต่อ 90 นาทีสูงกว่า 1.5 ถือว่าอันตรายมาก ทีมชั้นนำอย่าง Man City ในฤดูกาลปกติอยู่ที่ 1.8-2.2 ส่วนทีมท้ายตารางจะอยู่แค่ 0.7-1.0 ตัวเลขนี้ให้ข้อมูลลึกกว่าเปอร์เซ็นต์การครองบอลหรือจำนวนการยิงประตู เพราะทีมที่ครองบอล 70% แต่เคาะบอลอยู่ในแดนตัวเอง จะได้ xT ต่ำ ในขณะที่ทีมที่ครองบอล 40% แต่โต้กลับเข้าไปหน้าประตูตรงๆ ทุกครั้ง จะได้ xT ที่สูงกว่า
ตัวอย่างจริง Man City vs สโมสรกลางตาราง
ให้ผมยกตัวอย่างที่เห็นภาพชัดๆ ครับ ในฤดูกาล 2023/24 มีแมตช์ Manchester City vs Bournemouth เป็นนัดที่ Bournemouth เก็บ 1 แต้มจากการเสมอ 1-1 ถ้าดูแค่สถิติการครองบอล Man City ครอง 74% ยิงเข้ากรอบ 8 ครั้ง Bournemouth ยิงเข้ากรอบแค่ 2 ครั้ง ดูเผินๆ Man City ดูเหนือกว่ามาก
แต่พอดูค่า xT ของทั้งคู่ Man City ทำได้ 1.4 ส่วน Bournemouth ทำได้ 0.9 ต่างกันแค่ 0.5 ซึ่งไม่ได้ห่างกันเยอะแล้วถ้าดูแค่เปอร์เซ็นต์การครองบอลอย่างเดียวก็อาจจะคิดว่า Man City มีโอกาสชนะมากกว่าที่จะเสมอ แล้วทำไมตอนจบแมตช์นี้ถึงเสมอกันล่ะ? สาเหตุก็เพราะ Man City ครองบอลส่วนใหญ่ในแดนกลางกับแดนตัวเอง Bournemouth แม้จะได้บอลน้อย แต่ทุกครั้งที่ได้บอลก็ส่งไปหน้าประตูตรงๆ ค่า xT เลยสูงเมื่อเทียบกับเปอร์เซ็นต์การคองบอลที่มี
คนที่รู้ xT ก่อนแมตช์นี้ คงเห็นแล้วว่า Man City อาจจะไม่ชนะขาดอย่างที่ราคาบอลบอก ราคาต่อ 2 ลูกครึ่งของ Man City ในนัดนี้ให้ผลตอบแทนน้อย ไม่คุ้มความเสี่ยง ในทางกลับกัน Handicap Bournemouth ที่ราคาค่าน้ำต่อสองลูก น่าจะดึงดูดกว่าสำหรับคนที่เข้าใจข้อมูลเชิงลึก
ใช้ xT ประกอบการแทงบอลยังไงให้ได้เปรียบ
ผมใช้ xT ประกอบกับ xG เสมอ ไม่ได้ใช้แทนกันไปเลย เพราะทั้งคู่ให้ข้อมูลกันคนละแบบ ตามนี้:
- ถ้าทีม A มี xT สูง แต่ xG ต่ำ = สร้างอันตรายได้แต่ยิงไม่คม อาจแทงต่ำในนัดหน้า
- ถ้าทีม A มี xT ต่ำ แต่ xG สูง = ทำประตูได้จากโอกาสไม่กี่ครั้ง อาจจะเพราะกองหน้าฝีเท้าคมขึ้น หรือเป็นนัดที่ฟอร์มกำลังมา แต่ยังไงก็ยังต้องดูระยะยาว
- ถ้าทั้ง xT และ xG สูง = ทีมนี้ฟอร์มดีจริง ไม่ใช่แค่ฟลุ๊ค เพราะราคาที่เว็บแทงบอลตั้งให้เดิมพันดูคุ้มค่าเสี่ยง แทงตามได้
- ถ้าทั้ง xT และ xG ต่ำ = ทีมนี้ฟอร์มตก ไม่ใช่แค่ตกชั่วคราว เพราะราคาที่เว็บแทงบอลตั้งให้อาจปั่นให้ดูดีเกินจริง แทงตรงข้ามอาจจะได้เปรียบกว่า
เว็บที่เอาข้อมูล xT มาให้ดูฟรีมีหลายที่ ที่ผมใช้ประจำคือ FBref, Understat.com, Twenty3.com แต่ต้องระวัง เพราะว่าแต่ละเว็บอาจจะใช้สูตรคำนวณ xT ต่างกันบ้างเล็กน้อย ตัวเลขจะไม่ตรงกันเป๊ะๆ แนะนำให้เลือกใช้เว็บเดียวไปตลอดจะได้เห็นแนวโน้มของทีมชัดๆ
ข้อจำกัดของ xT ที่ต้องรู้
ต้องบอกก่อนว่า xT ไม่ใช่สถิติหรือข้อมูลที่จะทำให้แทงถูก 100% เพราะยังมีข้อจำกัด ตามนี้:
- ไม่วัดคุณภาพการยิงจริง ทีมที่มี xT สูงอาจยิงไม่เข้า
- ไม่ได้วัดฝีมือเกมรับ บางทีทีมที่ทำ xT ต่ำอาจเพราะเน้นเกมรับ ไม่ใช่เพราะเกมรุกแย่
- ต้องดู 8-10 นัดล่าสุดถึงจะสรุปได้ ไม่ใช่แค่ 1-2 นัด
- แต่ละลีกมีค่ามาตรฐานไม่เท่ากัน เพราะสไตล์การเล่นต่างกัน เช่น xT 1.5 ในพรีเมียร์ลีก อาจเทียบได้กับ 1.2 ในเซเรียอา (ลีกอิตาลี) เพราะพรีเมียร์ลีกเกมรุกเร็วกว่า ตัวเลขเลยสูงกว่าโดยธรรมชาติ
สรุปแล้ว xT เป็นเครื่องมือที่ดี แต่ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย ส่วนตัวผมใช้เป็น 1 ใน 4-5 ปัจจัยที่ประกอบการตัดสินใจ ไม่เคยแทงบอลจาก xT แค่อย่างเดียว ผมจะใช้ประเมินควบคู่กับ CLV, ประวัติผู้เล่น, ข่าวการบาดเจ็บ ก่อนตัดสินใจทุกครั้ง
ถ้าคุณเริ่มใช้ xT ในการวิเคราะห์บอล อาจจะไม่เห็นผลทันที ต้องใช้เวลา 2-3 เดือนติดตามข้อมูลก่อนจะเข้าใจรูปแบบ แต่พอเข้าใจแล้ว จะเห็นบอลในมุมที่นักเดิมพันทั่วไปในไทยไม่เห็นซึ่งเป็นข้อได้เปรียบในระยะยาว
บทความนี้เขียนโดยธนวัฒน์ เจริญกิจ บรรณาธิการอาวุโสของ UFAVIP777 ทำงานในวงการ iGaming ตั้งแต่ปี 2019 เคยทดสอบเว็บพนันมากกว่า 40 เว็บ เขียนบทความรีวิวมาแล้วกว่า 300 บทความ ข้อมูลในบทความนี้อ้างอิงจากประสบการณ์ตรงและข้อมูลจริงที่วัดได้ ณ วันที่อัปเดต







